Gold gone wild – สรุปแผง​การพูด​คุยของ Spotware

Three men on the image for a panel discussion titled "Gold Gone Wild: Brokers' Survival Guide", the first episode of Spotware Talks series, hosted by David Kimberley, bringing together Angus Walker and Drew Niv..

โดยที​ม​งาน Spotware

04 Mar 20266 นา​ที​ใน​กา​รอ่าน

แชร์​โพสต์​นี้

Spotware เปิด​ตัว​ซี​รีส์ Spotware Talks ใหม่ด้วย​การ​เส​ว​นา​แบบ​พา​เนล "Gold gone wild: คู่​มือ​เอาตัว​รอด​สำ​หรับ​โบรก​เกอร์ การ​บริ​หาร​ความ​เสี่ยง​ภาย​ใต้สภา​วะ​ตลาด​ที่ผัน​ผวนรุน​แรง"โดย​เจาะ​ลึกว่า​โบรก​เกอร์​จะ​ประ​คอง​ตัว​ใน​ช่วง​ที่​ความผัน​ผวน​พุ่ง​สูง​ได้อย่าง​ไร โดย​ไม่กระ​ทบต่อ​คุณ​ภาพ​การ​ส่ง​คำ​สั่ง​ซื้อ​ขาย แผง​สนท​นา​นี้​จัด​โดย David Kimberley โดยมี Angus Walker หัว​หน้า​ส่วน​กลาง​ด้าน​การ​เทร​ด​ของ IC Markets และ Drew Niv หัว​หน้า​ฝ่าย​กล​ยุทธ์ของ ATFX ร่วม​เส​ว​นา

มี "ผู้​ที่กำ​ลัง​จะ​ล้ม​ละ​ลาย" อยู่​กี่ราย​ใน​ธุร​กิจโบรก​เกอร์​ใน​ตอน​นี้ – และ​เดือนม​ก​รา​คม​ช่วย​พวก​เขา​บาง​ราย​ไว้​หรือ​ไม่?

Drew กล่าว​ว่า​โบรก​เกอร์​ที่​เขา​รู้​จัก​ดี​ที่​สุด​คือ​โบรก​เกอร์​ราย​ใหญ่ และ​ในมุม​มอง​ของ​เขา พวก​เขา​โชคดี หาก​สภา​วะ​ดัง​กล่าว​ยัง​คงอยู่​ต่อ​ไปอี​กหก​เดือน เขา​คาดว่า​ผล​ลัพธ์จะ​แย่กว่า​นี้​มาก โดย​การ​ปรับ​ตัว​ลง​นี้ "ช่วย​ชี​วิตผู้​คน​ไว้​มาก" และ​เน้นย้ำ​ว่า​เหตุ​การณ์​นี้ร้าย​แรง​เพียง​ใด

จาก​นั้น David ก็อ้าง​อิง​จาก​การ​สนท​นา​จาก iFX Expo เมื่อสอง​สาม​สัป​ดาห์ก่อน​หน้า​นี้ ซึ่งบรร​ยา​กาศบ่งชี้ว่า​แม้​แต่สภา​วะ​เดียว​กันอี​ก​เพียง​ไม่กี่​สัป​ดาห์ก็​อา​จทำ​ให้โบรก​เกอร์​บาง​รายล้ม​หาย​ตัว​ไป​ได้ เนื่อง​จาก​ไม่มี​การ​ปิด​กิจ​การ​ราย​ใหญ่ที่​เปิด​เผย​ต่อสา​ธา​ร​ณะ เขา​จึง​ตั้ง​คำ​ถาม​ว่า​อัน​ตราย​นั้นถูก​พูด​เกิน​จริงหรือ​ไม่ Drew มี​มุม​มอง​ตรง​กัน​ข้าม – สำ​หรับ​โบรก​เกอร์​ขนาด​เล็ก​และ​ขนาด​กลาง ระ​ยะ​เว​ลา​ที่​เหลือ​อา​จ​สั้น​เพียงอี​ก​หนึ่ง​เดือน เขา​ยัง​เน้นย้ำ​ว่า​ปัญ​หา​มัก​จะ​ปรา​กฏขึ้น​ครั้ง​แรกผ่าน​การผิด​นัด​ทาง​การ​ค้า: การจ่าย​เงิน​ให้ผู้​แนะ​นำ​ลูก​ค้า​ล่า​ช้า ข้อตก​ลง​แบ่ง​ราย​ได้​เริ่ม​ถูก​เจร​จา​ใหม่หรือถูกถอน​กลับ​อย่าง​เงียบๆ ระ​ยะ​เว​ลา​กา​รอยู่​รอด เขา​กล่าว​เสริม ขึ้นอยู่​กับ​สภาพแวด​ล้อมด้าน​กฎระ​เบียบ​และ​ความ​เร็ว​ใน​การตอบ​สนอง​ของ​หน่วย​งาน​กำ​กับ​ดู​แล ยืด​สภา​วะ​ออก​ไปอี​ก​สอง​สาม​เดือน และผู้​เข้าร่วม​ตลาด​จำ​นวน​มาก​จะ​ไม่​สา​มารถ​ผ่าน​พ้น​ไป​ได้

จาก​นั้น Angus ก็​นำ​การ​สนท​นา​กลับ​มา​สู่​สิ่ง​ที่​เกิด​ขึ้น​ภาย​ใน​การ​ดำ​เนิน​งาน​การ​เทร​ด​ใน​แต่​ละ​สัป​ดาห์ วัน​พุธที่ 28 มก​รา​คม เป็น​วัน​ที่โทร​ศัพท์ของ​เขา​เริ่ม​ดัง และ​วัน​ถัด​มา​กลาย​เป็น​วัน​ที่​แย่​มาก​สำ​หรับ​โบรก​เกอร์ ที่ IC Markets ความ​เสี่ยง​สูง​สุด​ใน​วัน​พุธ เขา​จำ​ได้ว่า​มี​สาย​โทร​เข้า​มา​จาก​โบรก​เกอร์​และผู้​ติด​ต่อ​ในอุต​สาห​กรรม​ที่ตรวจ​สอบ​กัน​และ​กัน ใน​ขณะ​ที่ข่าว​ลือ​เกี่ยว​กับ​ว่า​ใครกำ​ลัง​มี​ปัญ​หา​เริ่ม​แพร่​สะ​พัด หา​กรัก​ษาสภาพแวด​ล้อม​ไว้อี​ก​สอง​สาม​สัป​ดาห์ บริ​ษัท​จำ​นวน​มาก​จะ​เผชิญ​กับ​ความ​เครียดอย่าง​รุน​แรง กา​รมี​ส่วน​ร่วม​ของ​นัก​เทร​ดราย​ย่อย​มาก​ที่​สุด​ใน​วัน​พุธและ​วัน​พฤ​หัส​บดี ซึ่ง​เป็น​ช่วง​ที่ IC Markets เห็น​ความ​เสี่ยง​สูง​สุด ในมุม​มอง​ของ​เขา บัญ​ชี​ของ​พวก​เขา​ทำ​หน้า​ที่​เป็น​ตัว​แทน​ที่มี​ประ​โยชน์สำ​หรับ​พฤติ​กรรม​ตลาด​ในวง​กว้าง – และ​หาก​โบรก​เกอร์​ถูก​บัง​คับ​ให้​แบ​กรับ​ความ​เสี่ยง​ในระ​ดับ​นั้น​ต่อ​เนื่องอี​ก​หนึ่ง​สัป​ดาห์ ความ​เสีย​หายจะ​มี​นัย​สำ​คัญ​มาก

นี่​เป็น​เหตุ​การณ์ที่​เกิด​ขึ้น​ครั้ง​หนึ่ง​ในทศ​วรรษ / เหตุ​การณ์​แบบ SNB หรือ​ไม่ – และ​คุณจะ​จัด​การ​ความ​เสี่ยง​อย่าง​ไร​เมื่อ​กระ​แสการซื้อ​ขาย​เป็น​ทาง​เดียว​และ​รา​คา​ยัง​คง​เพิ่ม​ขึ้น?

Angus ชี้​ไปที่​รูป​แบบ​เบื้อง​หลังบริ​ษัทที่​เขา​ได้​ยินว่ากำ​ลัง​ประ​สบ​ปัญ​หา: กา​รมีสมา​ธิ​อย่าง​หนัก​ใน​ธุร​กิจ​จีน แม้จะ​มี​กิจ​กรรม​ใน​ที่อื่น โบรก​เกอร์​เหล่า​นั้น​มัก​ขาด​การ​ชด​เทา​ที่มี​ความ​หมาย​ใน​ส่วนอื่นๆ ของ​บัญ​ชี ทำ​ให้พวก​เขา​เผชิญ​กับ​การ​ขาด​ทุน​จาก​โล​หะ​ที่​มาก​เกิน​ไป​โดยมี​การ​ชด​เชย​เพียง​เล็ก​น้อย​จาก​ผลิต​ภัณฑ์อื่นๆ เขา​แนะ​นำ​ว่า​นั่น​ตรง​กับ​การพูด​คุย​ในอุต​สาห​กรรม การ​กระ​จาย​ความ​เสี่ยง​กลาย​เป็น​ตัว​แยก​ความ​แตก​ต่าง และ​เขา​วาง IC Markets เป็น​ตัว​อย่าง​ของ​การผสม​ผสาน​ที่กว้าง​ขึ้น​ตาม​ภูมิ​ศาสตร์​และ​ผลิต​ภัณฑ์ โดยมี​ปริ​มาณคริป​โต​และ FX ที่​มี​ความ​หมาย ดัง​นั้น​จึง​ไม่​ได้​ดำ​เนิน​การ "บัญ​ชี​โล​หะ​ที่มี​ความ​เข้ม​ข้น​สูง"

Drew ขยาย​มุม​มองออก​ไปนอก​เหนือ​จาก​ภูมิ​ภา​ค​ใด​ภูมิ​ภา​คหนึ่ง โดย​อา​ศัยข้อ​มูลผู้​ให้บริ​การ​เชื่อม​ต่อ​จาก PrimeXM และ oneZero เขา​โต้​แย้ง​ว่า​กา​รมี​ความ​เข้ม​ข้น​เป็น​บรร​ทัด​ฐาน​ทั่ว​ทั้งอุต​สาห​กรรม หาก​ตัด​บริ​ษัท​สิน​ทรัพย์หลาย​ประ​เภทที่​แท้​จริงออก​ไป เช่น IG และ CMC ที่​มีธุร​กิจหุ้น​เดี่ยวขนาด​ใหญ่ รวมถึงบริ​ษัทที่​แตก​ต่าง​ออก​ไป เช่น eToro และผู้​เล่น​ที่มีคริป​โต​เป็น​หลัก โบรก​เกอร์ CFD ส่วน​ใหญ่​ยัง​คง​มี​ความ​เข้ม​ข้น​มาก​กว่า 70% ใน​ทอง​คำ ในมุม​มอง​ของ​เขา นี่​ไม่​ใช่​แค่​เชื่อม​โยง​กับ​จีน​เท่า​นั้น – แต่ปรา​กฏขึ้น​ใน​โบรก​เกอร์​ที่มี​ฐาน​ลูก​ค้า​ที่​ไม่​ใช่สห​รัฐฯ เป็น​หลัก Angus เห็น​ด้วยว่า​โล​หะถึง 80%–90% ของ​การหมุน​เวียน​ใน​ช่วง​เดือน ใน​ขณะ​ที่​ยัง​คง​เน้นย้ำ​ว่า​กิจ​กรรม FX และ​การต่อ​อา​ยุของ​สถา​นะ FX ขนาด​ใหญ่​ให้​ความ​สม​ดุลที่มี​ความ​หมาย

David จาก​นั้นทด​สอบว่า​ส่วน​แบ่ง​การหมุน​เวียน​เป็น​วิ​ธี​ที่ถูก​ต้อง​ใน​กา​รอ่าน​ความ​เสี่ยง​หรือ​ไม่ Angus ผลัก​มันออก​ไปว่า​เป็น​ตัว​ชี้​วัด​ที่ทื่อ​และ​เปลี่ยน​โฟ​กัสไปที่​สิ่ง​ที่โบรก​เกอร์​ถือ​ไว้​จริงๆ: การ​เปิดรับ​ความ​เสี่ยง​ที่​ยัง​คง​เปิ​ดอยู่​และ​ต้อง​ต่อ​อา​ยุทุกวัน ลูก​ค้า​สา​มารถ​ซื้อ​ขาย​เข้า​ออก​ภาย​ใน​วัน​เดียว สร้าง​ปริ​มาณ​สูง​และ​ราย​ได้​จากธุร​กรรม​ที่​แข็ง​แกร่ง​แม้ว่าสถา​นะ​จะ​ปิด​ภาย​ใน​สิ้น​เซส​ชัน และ​ราย​ได้​นั้น​สา​มารถ​บรร​เทา​การ​ขาด​ทุน​จาก​ความ​เสี่ยง​ทาง​การตลาด​ได้ โปร​ไฟล์จะ​รุน​แรง​ขึ้น​เมื่อ​ลูก​ค้า​เริ่ม​ถือ​และ​ต่อ​อา​ยุสถา​นะ บัง​คับ​ให้โบรก​เกอร์​ต้อง​รับ​ความ​เสี่ยง​ตลอด​ช่วง​เว​ลา​นั้น​แทน​ที่จะ​เพียง​แค่​ประ​มวล​ผลกระ​แสการซื้อ​ขาย

ด้วย​เครื่อง​มือ​ที่​ไม่​สม​บูรณ์​แบบ โบรก​เกอร์​ควร​จัด​การ​ความ​เสี่ยง​ที่​เข้า​มา​อย่าง​ไร​จริงๆ?

David เปลี่ยน​ไปพูดถึง​สิ่ง​ที่โบรก​เกอร์​ควร​จับ​ตาดู โดย​ยอม​รับ​ว่าบริ​ษัท​ส่วน​ใหญ่​ไม่มีชุด​เครื่อง​มือ​ที่​สม​บูรณ์​แบบ​สำ​หรับ​การ​จัด​การ​ความ​เสี่ยง​ที่​เข้า​มา

Drew เริ่ม​ต้น​ด้วยองค์​ประ​กอบ​ของ​ราย​ได้ สำ​หรับ 99% ของ​อุต​สาห​กรรม เขา​เน้นย้ำ​ว่า สเปร​ด​คือ​แหล่ง​ราย​ได้​หลัก ไม่​ใช่​การ​ขาด​ทุน​ของ​ลูก​ค้า แต่หลาย​บริ​ษัทมอง​ข้าม​เรื่อง​นี้​ไป ราย​ได้​จาก​ส​เปร​ด​ส่วน​ใหญ่​มา​จา​กลูก​ค้า​ราย​ย่อย​ที่​เทร​ดบ่อยๆ โบรก​เกอร์ B-book ใน​กรอบ​ของ​เขา มัก​ทำ​สิ่ง​หนึ่ง​ได้ดี: พวก​เขาสร้าง​ฐาน​ลูก​ค้า​ราย​ย่อย​จำ​นวน​มาก​ที่​เทร​ด​ทุกวัน ซึ่ง​ให้โปร​ไฟล์​ราย​ได้ที่​มั่น​คง​กว่า P&L จาก​สถา​นะ​ที่​เปิ​ดอยู่ เขา​ยก ATFX ที่​มี​ฐาน​ลูก​ค้า​ราย​ย่อย​ประ​มาณ 150,000 ราย​เป็น​ตัว​อย่าง​ที่​ชัด​เจน

จาก​นั้น​เขา​เปรียบ​เทียบ​กับ​ธุร​กิจที่มี​ความ​เข้ม​ข้น​มาก​กว่า Prime-of-primes และ​ร้าน​ค้า​ขนาด​เล็ก เขา​แนะ​นำ​ว่า เผชิญ​กับ​ความ​ท้า​ทาย​ที่​ยาก​กว่า เพราะ​ส่วน​แบ่ง​ผล​ลัพธ์ที่​ใหญ่กว่า​ขึ้นอยู่​กับ P&L จาก​การ​เปิดรับ​ความ​เสี่ยง ใน​การ​ตั้ง​ค่า​นั้น การ​เพิ่ม​ราย​ได้​จาก​ส​เปร​ด​ให้​สูง​สุด​กลาย​เป็น​ตัว​ปรับ​สม​ดุล​มาก​กว่า​ที่จะ​เป็น​ความ​ชอบ แทน​ที่จะ​พึ่ง​พา​ผล​ลัพธ์​ตาม​ทิศ​ทาง

จาก​นั้น เขาย้าย​ไปที่​เล​เวอ​เรจและ​รูป​แบบ​ความ​ล้ม​เหลวที่​เขา​เห็นว่า​เกิดซ้ำ เล​เวอ​เรจที่​สูง​ขึ้น​สา​มารถ​เพิ่ม​การหมุน​เวียน​สำ​หรับ​บัญ​ชี​ขนาด​เล็ก แต่​อัน​ตราย​ปรา​กฏขึ้น​เมื่อ​เล​เวอ​เรจ​เดียว​กันถูก​ขยาย​ไป​ยัง​ลูก​ค้า​ราย​ใหญ่โดย​ไม่มี​การติด​ตา​มอย่าง​เข้ม​งวด เขา​ท้า​ทาย​แนว​ปฏิ​บัติ​ใน​การ​เสนอ​เล​เวอ​เรจ 400:1 หรือ​ใกล้​เคียง​กัน​ให้​กับ​บัญ​ชี $1 ล้าน​หรือ $2 ล้าน​บน​พื้น​ฐาน​เดียว​กับ​ลูก​ค้า $5,000 บัญ​ชี​ขนาด​เล็ก​สา​มารถ​จัด​การ​ได้​ภาย​ใต้​เงื่อน​ไขเหล่า​นั้น บัญ​ชี​ขนาด​ใหญ่​สา​มารถ ตาม​ที่​เขา​กล่าว "ทำ​ให้​เรือจม" SNB อยู่​ใน​ใจ​กลาง​ของ​ชุด​ตัว​อย่าง​ของ​เขา โดย​การ​ขาด​ทุน​ของ FXCM มี​ความ​เข้ม​ข้น​ใน​โปร​ไฟล์​นั้น และ​รูป​แบบ​เดียว​กัน​เกิดซ้ำ​ใน​ภา​วะ​หาย​นะ​อื่นๆ

Drew ยัง​โต้​แย้ง​ความ​คิด​ที่ว่า​โบรก​เกอร์​ใกล้​ตาย​เป็น​เรื่อง​หา​ยาก การ​วาง​สถา​นะ​ทาง​เดียว​อา​จ​ไม่​ธรรม​ดา แต่สถาน​การณ์​ใกล้​เคียง​ไม่​ใช่​เรื่อง​หา​ยาก เขา​ชี้​ไปที่ม​ก​รา​คม–สิง​หา​คม 2023 เมื่อ​การ​เทร​ด​ทอง​คำ​อยู่​ใน​ช่วง ในระ​บบ​นั้น โบรก​เกอร์​อยู่ "บน​เชือก" และ​ใน​การ​ประ​มาณ​การของ​เขา อาจอยู่​ห่าง​จาก​การถูก​ทำ​ลาย​ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​อุต​สาห​กรรม​เพียง​สี่​หรือ​ห้า​เดือน เหตุ​ผลคือ​โครง​สร้าง: ความ​เข้ม​ข้น​ของ​ทอง​คำ​สูง​รวม​กับ​ตลาดช่วง​ทำ​ให้ลูก​ค้า​ที่ดี​ที่​สุด​ทำ​เงิน​ได้อย่าง​สม่ำ​เสมอ ใน​ขณะ​ที่​การ​ขาด​ทุน​ของ​ค้าปลี​ก​โดยรวม​ไม่​ใหญ่พอ​ที่จะ​ครอบ​คลุมค่า​ใช้จ่าย​คง​ที่ ระ​บบตลาด​เปลี่ยน​ธุร​กิจ เขา​สัง​เกต และ​แรง​กด​ดัน​ใน​การแข่ง​ขัน​เพื่อ​เงินฝาก​เร่ง​การรับ​ความ​เสี่ยง ความผิด​พลาด​ทาง​การ​ค้า ในมุม​มอง​ของ​เขา คือ​การ​ปฏิ​บัติต่อ​ลูก​ค้า​ที่มี​เงิน​ล้าน​เหมือน​กับ​ว่าพวก​เขา​ควร​ได้รับ​เงื่อน​ไขเดียว​กับ​คนอื่นๆ

จาก​นั้น ลำ​ดับ​ของ​เขา​ยัง​คง​สอด​คล้อง: เริ่ม​ต้น​ด้วย​การแบ่ง​กลุ่ม​และ​น​โย​บาย​เล​เวอ​เรจ จาก​นั้นย้าย​ไปที่ขอบ​เขต​ความ​เสี่ยง​อย่าง​เป็น​ทาง​การ ในธ​นา​คารและ​บริ​การ​ทาง​การ​เงิน​ที่กว้าง​ขึ้น ขอบ​เขต​เป็น​มาตร​ฐาน – ในอุต​สาห​กรรมนี้ มัก​ยัง​คง​เป็น​ทาง​เลือก ขอบ​เขต​อา​จลด​ผล​ตอบ​แทน​ใน​วัน​ที่​สูง​สุด เขายอม​รับ แต่พวก​เขาปก​ป้อง​จาก​ผล​ลัพธ์ที่​เป็น​อัน​ตรายถึงชี​วิต เขา​ยังชี้​ให้​เห็น​ช่อง​ว่าง​ควา​มน่า​เชื่อ​ถือ: มัน​ยาก​ที่จะ​พูด​คุย​เกี่ยว​กับ​ขอบ​เขตอย่าง​จริง​จัง​ใน​ขณะ​ที่​เสนอ 500:1 ให้​กับ​ลูก​ค้า​ที่มี​บัญ​ชี $2 ล้าน

เขา​เน้นย้ำ​ปัญ​หา​โครง​สร้าง​ตลาด​ที่อยู่​ภาย​ใต้​การ​กำ​หน​ดรา​คา​โล​หะ โบรก​เกอร์​บาง​ราย​เสนอส​เปร​ด​ค้าปลี​ก​ใน​ทอง​คำ​และ​เงิน​ที่ดี​กว่า​สิ่ง​ที่มี​อยู่​ใน​ตลาด​พื้น​ฐาน ใน EUR โบรก​เกอร์​สา​มารถ​ได้รับ​รา​คาธ​นา​คาร​ที่​แน่น​กว่า​สิ่ง​ที่พวก​เขา​เสนอ​ให้​กับ​ค้าปลีก ใน​ทอง​คำ เขา​แนะ​นำ​ว่า ตรรกะ​นั้น​พัง สภาพคล่อง "ตลาด​จริง" ของ​ทอง​คำ​มี​ขนาด​เล็ก​เมื่อ​เทียบ​กับ​ปริ​มาณ​สัง​เคราะห์ที่สร้าง​โดย​กระ​แส B-book และ​หาก​โบรก​เกอร์​ต้อง​ป้อง​กัน​ความ​เสี่ยง​ทั้ง​หมด สเปร​ดจะ​กว้าง​มาก

Angus เพิ่ม​ว่า​แรง​กด​ดัน​ทาง​การ​ค้า​สา​มารถ​ครอบ​งำ​กรอบ​งาน​ได้ CEO และ​เจ้า​ของ​โบรก​เกอร์​พูด​คุย​กัน การแข่ง​ขัน​กลาย​เป็น​การ​โอ้​อวด​เกี่ยว​กับ​กำ​ไรราย​วัน และ​บรร​ยา​กาศ​นั้น​ให้ราง​วัล​กับ​การ​คิด​แบบง่ายๆ – การ​นำ "กรอบ​ความ​เสี่ยง" มา​ใช้​เพราะ​มันทำ​เงิน​ได้​ใน​วัน​ที่กำ​หนด แม้ว่า​มัน​จะ​ขาด​ทุน​ใน​ทาง​ขึ้น​และ​ชนะ​ใน​ทาง​ลง เขา​ยัง​สัง​เก​ตว่า​ตลาด​กำ​ลัง​เคลื่อน​ไป​สู่​สภา​วะ​เช่น​เล​เวอ​เรจ 1,000x ซึ่ง​ไม่สอด​คล้อง​กับ​การ​ควบ​คุม​แบบ​ดั้ง​เดิม

เงื่อน​ไขการจ่าย​เงิน​และ​รา​คา​ของ IB บัง​คับ​ให้โบรก​เกอร์​ต้อง​พึ่ง​พา​การ​ขาด​ทุน​ของ​ลูก​ค้า​แบบ B-book หรือ​ไม่ และ​สิ่ง​นี้​ขัด​ขวาง​การ​บริ​หาร​ความ​เสี่ยง​ที่​เหมาะ​สมหรือ​ไม่

Drew อธิ​บายว่า​โบรก​เกอร์​หลาย​ราย​วัด​ผลธุร​กิจอย่าง​ไม่ถูก​ต้อง เขา​อธิ​บาย​เรื่อง​ราว​ทั่ว​ไปที่ CEO เห็น​เงินฝาก​ของ​ลูก​ค้า 100 ล้าน​ดอล​ลาร์ บ่นว่า​โบรก​เกอร์ "ทำ​ได้​เพียง 80 ล้าน​ดอล​ลาร์" และ​สรุปว่า prime-of-prime "เอา" 20 ล้าน​ดอล​ลาร์ที่​หาย​ไป – จาก​นั้น​ตัด​สิน​ใจ​ว่า​โบรก​เกอร์​ไม่​ควร​ทำ​การ​ป้อง​กัน​ความ​เสี่ยง​เลย ในมุม​มอง​ของ​เขา แนว​ทาง​ที่ถูก​ต้อง​คือ​การ​คำ​นวณองค์​ประ​กอบราย​ได้อย่าง​เหมาะ​สม: ราย​ได้​จาก​ส​เปรด ราย​ได้​จาก​โฟลว์ และ​สวอป จาก​การ​วิ​เคราะห์ที่บริ​ษัทของ​เขา​ทำ​ให้​กับ​โบรก​เกอร์ ราย​ได้​มักถูก​ครอบ​งำ​โดย​ส​เปรด สวอป และ​ราย​ได้อื่นๆ ที่​ไม่​เกี่ยว​กับ​ความ​เสี่ยง เขา​เสริม​ว่าสำ​หรับ​โบรก​เกอร์​หลาย​ราย วง​เงิน​ความ​เสี่ยง 1 ล้าน​ดอล​ลาร์ต่อ​ตรา​สารจะ​ยัง​คง​รัก​ษา​ราย​ได้​ประ​มาณ 70%–75% ไว้​ได้​ใน​สภา​วะ​ปก​ติ

เขา​แยก​หมวด​หมู่​ความ​เสี่ยง​สูงออก​เป็น​สอง​กลุ่ม: โบรก​เกอร์​ที่พึ่ง​พา​ลูก​ค้า​ราย​ใหญ่​จำ​นวน​น้อย​มาก​เกิน​ไป และ prime-of-primes ที่​ให้บริ​การลูก​ค้า​ราย​ใหญ่​เป็น​หลัก บริ​ษัท​เหล่า​นี้ เขา​กล่าว​ว่า ขาดธุร​กิจธุร​กรรม​ที่​มั่น​คง และ​มัก​พึ่ง​พา "เศษ​เหลือ" จาก​โบรก​เกอร์​ที่ป้อง​กัน​ความ​เสี่ยง​ใน​สิ่ง​ที่พวก​เขา​พิ​จาร​ณาว่า​เป็น​ความ​เสี่ยง​ที่มี​คุณ​ภาพ​สูง​กว่า พวก​เขา​รู้​สึกว่าถูก​บัง​คับ​ให้​เสนอ​เงื่อน​ไขที่​ไม่สม​จริง​เพื่อ​แข่ง​ขัน และ​เงื่อน​ไขเดียว​กัน​นั้น​สร้าง​ความ​เสี่ยง​ที่พวก​เขา​ไม่​สา​มารถ​หลี​ก​หนี​ได้ ทำ​ให้พวก​เขา​ต้อง​หวัง​พึ่ง​ผลกำ​ไร​จากวิ​กฤตซ้ำๆ

Angus กำ​หน​ด​กรอบ​แนว​ทาง​แก้​ไขเป็น​โม​เดลที่​เป็นผู้​ใหญ่กว่า​แบบธ​นา​คาร – การแบ่ง​กลุ่ม​ที่​เข้ม​งวด​ขึ้น การระ​บุกำ​ไร​ที่​ชัด​เจน​ขึ้น และ​แนว​ทาง​ที่​เป็น​วิท​ยา​ศาสตร์​มาก​ขึ้น และ Drew สนับ​สนุน​ทิศ​ทาง​นั้น โดย​เน้นว่า "ความ​เสี่ยง​แบบ​มืดบอด" ไม่​เคย​เป็น​ไป​ได้​เลย ใน​ขณะ​ที่ชี้​ให้​เห็นว่า​การ​ควบ​คุม​ที่มี​ประ​สิท​ธิ​ภาพ​ไม่​เพียง​ขึ้นอยู่​กับ​วง​เงิน​และ​การแบ่ง​กลุ่ม​เท่า​นั้น แต่​ยัง​รวมถึง​การ​ตระ​หนัก​ว่า​ความ​เสี่ยงถูกรับ​เข้า​มาบ่อย​แค่​ไหน​ตั้ง​แต่​แรก เกือบจะ​โดย​ไม่​รู้​ตัว โบรก​เกอร์ ในมุม​มอง​ของ​เขา เสนอส​เปร​ด​ที่​แคบ​ที่​สุด​และ​เงื่อน​ไขที่​ไม่สม​จริง​ที่​สุด​ใน​ตรา​สาร​ที่ลูก​ค้า​ขาด​ทุน​มาก​ที่​สุด – โดย​เฉพาะ​ทอง​คำ​และ​เงิน ใน​ที่ที่ลูก​ค้า​สา​มารถ​ทำ​กำ​ไร​ได้​มาก​ขึ้น เช่น สกุล​เงิน​ข้าม​บาง​คู่ สเปร​ด​มัก​ไม่​สา​มารถ​แข่ง​ขัน​ได้ เขา​ยก AUD/NZD เป็น​ตัว​อย่าง​คู่​เงิน​ที่มีช่วง​ซื้อ​ขาย​แคบ​ที่โบรก​เกอร์​หลาย​ราย​เสนอ​รา​คา​ได้​ไม่ดี เขา​เน้นว่า​การ​กระ​จาย​ความ​เสี่ยง​ต้อง​ดึงธุร​กิจออก​จาก​กลุ่ม​ที่มี​ความ​เข้ม​ข้น โดยชี้​ไปที่ IG เป็น​มาตร​ฐาน​ที่มี​ความ​หลาก​หลาย​มาก​ขึ้น และ eToro เป็น​กร​ณี​พิ​เศษที่​นำ​โดย​คริป​โต เขา​เตือนว่า​ธุร​กิจทอง​คำ 80% โดย​ไม่มี​วง​เงิน​และ​การ​วิ​เคราะห์ที่​จริง​จัง​ทำ​ให้โบรก​เกอร์​ดำ​เนิน​การ​โดย​อา​ศัย​เรื่อง​เล่า​แทน​ที่จะ​เป็น​การ​วิ​เคราะห์ที่มี​โครง​สร้าง

Angus ให้​คำ​อธิ​บาย​ที่ตรง​ไปตรง​มา​จาก​มุม​มอง​ของ​เทร​ด​เดอร์​ว่า​ทำ​ไม​ความ​เข้ม​ข้น​จึง​เกิด​ขึ้น ก่อน​เว็บ​บิ​นาร์ เขา​กล่าว​ว่า เขา​เปิด​การ​เทร​ด​ทอง​คำ​เพราะ​ทอง​คำ​เป็น​ตลาด​เดียวที่กำ​ลัง​เคลื่อน​ไหว Bitcoin น่า​เบื่อ FX มี​การ​เคลื่อน​ไหวบ้าง แต่​การ​เทร​ด​ที่มี​ความ​หมาย​ต้อง​การ​ความผัน​ผวน และ​ทอง​คำ​กำ​ลัง​ให้​สิ่ง​นั้น เขา​กล่าว​ว่า​เขา​อยาก​เห็น​ปริ​มาณ​การซื้อ​ขาย​มาก​ขึ้น​ใน​ที่อื่น โดย​สัง​เก​ตว่า​ทอง​คำ​ไม่​ใช่​ผลิต​ภัณฑ์ที่มี​ราย​ได้ต่อ​ล้าน​สูง​สุด​ของ​พวก​เขา แม้ว่า​มัน​จะ​เป็น​ที่ที่​กิจ​กรรมรวม​ตัว​กัน​ก็​ตาม

ทอง​คำ Drew แนะ​นำ​ว่า ดึง​ดูด​เทร​ด​เดอร์​เข้า​มาด้วย​ตัว​มัน​เอง – มัน​ไม่​ใช่​สิ่ง​ที่อุต​สาห​กรรม​ต้อง​ผลัก​ดัน เขา​เสริม​ว่า​ที่โบรก​เกอร์​ขนาด​ใหญ่ ลูก​ค้า​ที่​ใช้ EA น้อยกว่า 10% แต่พวก​เขา​สา​มารถ​สร้างธุร​กรรม​ได้ 40%–50% ของ​ทั้ง​หมด ลูก​ค้า EA มี​ความ​ไว​ต่อส​เปร​ด​มาก​กว่า ซึ่ง​ทำ​ให้ง่าย​ต่อ​การ​เปลี่ยน​ไป​ยัง​ตรา​สารอื่น เทร​ด​เดอร์​ที่​เทร​ด​ด้วยตน​เอง​จะ​มุ่ง​ไปที่ตลาด​ที่กำ​ลัง​เคลื่อน​ไหว​เสมอ เขา​สัง​เกต ใน​ขณะ​ที่​เตือนว่า EA หลาย​ตัว​ถูก​สร้าง​ขึ้นรอบๆ mean reversion และ​อา​จ​ประ​สบ​ปัญ​หา​อย่าง​หนัก​ใน​เทรนด์ที่​ยาว​นาน​เช่น​ทอง​คำ ไม่มี​คัน​โยก​เดียวที่จะ​ดึง – โบรก​เกอร์​ต้อง​ดำ​เนิน​การ​สี่​หรือ​ห้า​ขั้น​ตอน​ที่​เป็น​รูป​ธรรม มิฉะ​นั้น​ความ​เสีย​หายจะ​ยิ่ง​มาก​ขึ้น​เมื่อ​การ​เคลื่อน​ไหว​เหล่า​นี้​ยัง​คง​ดำ​เนิน​ต่อ​ไป

หลัง​จาก​การ​ปรับ​ตัว ที​ม​ดีล​ลิ่ง​และ​ความ​เสี่ยง​จะ​โน้ม​น้าวผู้​บริ​หารระ​ดับ​สูง​ให้​ให้​ความ​สำ​คัญ​กับ​ขอบ​เขต​ความ​เสี่ยง​อย่าง​จริง​จัง (และ​แบ่ง​ส่วน​เล​เวอ​เรจอย่าง​เหมาะ​สม) ได้อย่าง​ไร

Angus มอง​ว่า​เป็น​งาน​เชิง​รุก​ภาย​ใน​กรอบ​การ​ทำ​งาน​ที่​เป็นผู้​ใหญ่ ที่ IC Markets เล​เวอ​เรจสำ​หรับ​เงิน​จะถูกลด​ตั้ง​แต่​เนิ่นๆ เช่น​เดียว​กับ​โบรก​เกอร์​อื่นๆ บาง​ราย เขา​ยัง​เน้นย้ำ​ว่า​การ​ขาด​ทุน​ที่​ใหญ่ที่​สุด​ที่​เขา​ได้​ยิน​มา​นั้นอยู่​ใน​เงิน​มาก​กว่า​ทอง โดยมี "เรื่อง​ราวสยด​สยอง" ของ​ผล​ลัพธ์​เก้า​หลัก​ที่บริ​ษัท​บาง​แห่ง – ไม่มี​อะ​ไร​ในระ​ดับ​นั้น​ที่ IC Markets เมื่อ​สิ้น​เดือนมีลูก​ค้า​ที่ทำ​กำ​ไร​ได้​จำ​นวน​มาก และ​มีลูก​ค้า​ที่​ขาด​ทุน​จำ​นวน​มาก​ใน​ช่วง​วัน​สุด​ท้าย ข้อสรุป​นั้น​เรียบง่าย: ที​ม​ที่​แข็ง​แกร่ง​อ่าน​แนว​โน้ม​ใน​ขณะ​ที่​ม​ัน​กำ​ลัง​ก่อ​ตัว แทน​ที่จะ​ตอบ​สนอง​เมื่อ​สาย​เกิน​ไปแล้ว

เขา​ชี้​ไปที่​ภาพรวม​ที่กว้าง​ขึ้น: เดือน​กัน​ยายน​ที่​แข็ง​แกร่ง​มาก ตุ​ลา​คม​ที่​เฉลี่ยๆ จาก​นั้น​ก็มีบริ​ษัท​ราย​ใหม่ที่ถูก​จับ​ได้​ใน​เดือน​พฤศ​จิ​กา​ยน ธัน​วา​คม และ​ม​ก​รา​คม เมื่อระ​บบ​เปลี่ยน​แปลง การ​ปรับ​ตัว ในมุม​มอง​ของ​เขา ไม่​ได้รับ​ประ​กัน​เลย แม้​แต่ที่ IC Markets สัญ​ญาณเตือน​ก็​ยังอยู่​ที่​นั่น – แพล​ทิ​นัม​และ​แพล​เล​เดียม​เริ่ม​เคลื่อน​ไหวอย่าง​กะ​ทัน​หัน สร้าง​ความ​เสี่ยง​จาก​การ​กระ​จุก​ตัว​ในระ​ยะ​สั้น หาก​ไม่มี​ที​ม​และ​กรอบ​การ​ทำ​งาน​ที่​เหมาะ​สม ก็ง่าย​ที่จะถูก "ทับ" ทำ​ให้โบรก​เกอร์​ต้อง​รีบ​ป้อง​กัน​ความ​เสี่ยง​แพล​ทิ​นัม แพล​เล​เดียม เงิน หรือ​ทอง​ใน​ช่วง​เว​ลา​ที่​แย่ที่​สุด ขณะ​ที่ลูก​ค้ากำ​ลัง​วิ่ง​ไป​สู่​กำ​ไร​เก้า​หลัก

Drew เห็น​ด้วย​กับ​แนว​คิด "ก่อน​วิ​กฤต" และ​กล่าว​ว่า​การ​ป้อง​กัน​ความ​เสี่ยง​ใน​ช่วง​วิ​กฤต​คือ​เมื่อ​โบรก​เกอร์​มัก​จะ​จ่าย​มาก​ที่​สุด เนื่อง​จาก​ตรา​สาร CFD จำ​นวน​มาก​ใช้สถาน​ที่ซื้อ​ขาย​ฟิว​เจอร์​ส​เช่น CME และ Eurex เป็น​มาตร​ฐาน เขา​จึง​เรียก​ร้อง​ให้​เดสก์ติด​ตาม​ตลาด​เหล่า​นั้น เขา​ชี้​ไปที่ SPAN margin ของ CME ว่า​เป็นระ​บบ​ได​นา​มิก​ที่​เปลี่ยน​ข้อกำ​หน​ด​ตาม​ความผัน​ผวน โดย​ใช้​มาตร​การ 30, 60 และ 90 วัน และ​แนะ​นำ​ว่า​โบรก​เกอร์​ควร​สะ​ท้อน​วิ​นัย​นั้น​โดย​การติด​ตาม​มาร์​จิ้น​และ​ส​เปรด แทน​ที่จะ​ตระ​หนัก​สาย​เกิน​ไปว่าสภา​วะ​ได้​เปลี่ยน​แปลง​ไปแล้ว สิ่ง​ที่ทำ​ให้​เขา​ประ​หลาด​ใจ​คือ​เดสก์​จำ​นวน​มาก​ยัง​คง​ดำ​เนิน​การ​โดย​ไม่มี​หน้า​จอ​ฟิว​เจอร์ส โดย​พึ่ง​พา​ฟีด​จาก prime-of-prime สัง​เคราะห์​แทน จุดบอด​นั้น เขา​แนะ​นำ​ว่า อยู่​เบื้อง​หลัง​ปัญ​หา​ที่กว้าง​ขึ้น: การ​วิ​เคราะห์​น้อย​เกิน​ไป​เมื่อ​เทียบ​กับ​ตลาด​พื้น​ฐาน​ที่​แท้​จริง คำ​ตอบ ใน​กรอบ​ของ​เขา เริ่ม​ต้น​ก่อน​ที่​ความ​เครียดจะ​เกิด​ขึ้น – ที​มตก​ลง​ล่วง​หน้า​ว่า​จะ​ตรวจ​จับ​การ​เปลี่ยน​แปลง​ระ​บบ​อย่าง​ไรและ​เมื่อ​ใด​ควรลด​ความ​เสี่ยง แทน​ที่จะ​ด้น​สด​ภาย​ใต้​แรง​กด​ดัน

สิ่ง​นี้จะ​กระ​ตุ้น​ให้​เกิด​การ​ปรับ​เปลี่ยนอุต​สาห​กรรม​ใน​การ​จัด​การ​ความ​เสี่ยง​หรือ​ไม่ – หรือ​โบรก​เกอร์​จะ​กลับ​ไป​ใช้​นิ​สัย​เดิม?

Drew มอง​ไป​ทาง​ผล​ลัพธ์ที่สอง – การกลับ​ไป​สู่​นิ​สัย​เดิม ในมุม​มอง​ของ​เขา เจ้า​ของ​หลาย​รายจะ​เพียง​แค่ "อด​ทนรอ" และ​หวัง​ว่าสภา​วะ​จะ​คง​ที่ แรง​จูง​ใจ​กำ​หน​ด​พฤติ​กรรม: ใน​ธุร​กิจโบรก​เกอร์ เงิน​จำ​นวน​มาก​ที่​สุด​มัก​จะ​ได้​มา​จาก​การ​ดำ​เนิน​งาน ใน​ขณะ​ที่​ใน​ธุร​กิจ​เทค​โน​โล​ยี ผู้​ก่อ​ตั้ง​มัก​จะ​ได้กำ​ไร​สูง​สุด​จาก​การ​ขาย​ธุร​กิจ​ใน​อัต​รา​ส่วนมูล​ค่า​ที่​สูง​กว่า เขา​ชี้​ไปที่ FastMatch เป็น​กร​ณี​ตัว​อย่าง – ขาย​ให้​กับ Euronext ใน​รา​คา 180 ล้าน​ดอล​ลาร์ ใน​ขณะ​ที่ราย​ได้​ยัง​คงอยู่​ใน​ช่วง​พัฒ​นา โดยมี​ราย​ได้​ประ​มาณ 16 ล้าน​ดอล​ลาร์​และ EBITDA ประ​มาณ 5 ล้าน​ดอล​ลาร์​ใน​ขณะ​นั้น เขา​ยังอ้างถึง​ความพยา​ยาม​ที่ล้ม​เหลว​ใน​การ​ขาย FastMatch ให้​กับ​ตลาด​หลัก​ทรัพย์อื่น​ใน​รา​คา 240 ล้าน​ดอล​ลาร์ที่ล่ม​สลาย​เนื่อง​จาก​ค่า​ตอบ​แทน​ของฝ่าย​บริ​หาร สำ​หรับ Drew ตัว​เลขเหล่า​นั้น​แสดง​ให้​เห็นว่า​ธุร​กิจ​เทค​โน​โลยี​ที่​ชัด​เจน​และ​เป็น​ธุร​กรรม​สา​มารถ​มี​มูล​ค่า​ได้​เท่า​ไร

ใน​การ​ตี​ความ​ของ Drew อุต​สาห​กรรม​โบรก​เกอร์​เพียง​แค่​ไม่​เห็น​ดีล​เพียง​พอ​ที่จะ​ผลัก​ดัน​ให้​เจ้า​ของ​สร้าง​ราย​ได้ที่​มั่น​คง​และ​ขาย​ได้ ความผัน​ผวนทำ​ให้ผู้​ซื้อ​ถอย​ห่าง ผู้​ซื้อ​น้อยลง​หมายถึง​เหตุ​ผล​น้อยลง​ใน​การ​ปรับ​โครง​สร้างธุร​กิจ และ​การ​สนท​นา M&A หลาย​ครั้ง​เลื่อน​ไหล​ไป​สู่​สถาน​การณ์ที่มี​ปัญ​หา​แทน​ที่จะ​เป็น​เชิง​กล​ยุทธ์ นอก​จาก​นี้ กลุ่ม​ผู้​ซื้อมี​ขนาด​เล็ก​และ​ตาม​ที่​เขา​กล่าว​ไว้ ไม่​ได้​เตรียม​พร้อม​ที่จะ​ประ​เมิน​ธุร​กิจ​เหล่า​นี้​ใน​แบบ​ที่ผู้​ซื้อ​ด้าน​เทค​โน​โลยี​มัก​จะ​ทำ

เขา​ยังชี้​ให้​เห็น​แรง​กด​ดัน​จาก​การแข่ง​ขัน​ที่​มา​จาก​คริป​โต ใน​ช่วง​สอง​ปี​ที่ผ่าน​มา เขา​ชี้​ให้​เห็นว่าบริ​ษัทคริป​โตที่​ใหญ่ที่​สุดมี "กระ​สุน" ไม่​จำ​กัด​อย่าง​แท้​จริง ซึ่ง​ขับ​เคลื่อน​โดยมูล​ค่า​และ​การ​เข้า​ถึง​เงินทุน​ใน​ตลาดสา​ธา​ร​ณะ ห้า​หรือหก​อัน​ดับ​แรก​ในมุม​มอง​ของ​เขา​สา​มารถ​ระ​ดม​ทุน​ในระ​ดับ​ที่โบรก​เกอร์ FX ไม่​สา​มารถ​เทียบ​ได้​เนื่อง​จาก​ข้อ​จำ​กัด​ด้านมูล​ค่า ใน​ขณะ​ที่​ค่า​ธรรม​เนียม​คริป​โตที่​สูง​กว่าส​นับ​สนุน​หน่วย​เศรษฐ​ศาสตร์ที่​แตก​ต่าง​กัน​มาก สรุปของ​เขา​คือ​โม​เดล A-book แบบบริ​สุทธิ์​ไม่​สา​มารถ​ดำ​เนิน​การ​ได้​ใน​เชิง​พา​ณิชย์สำ​หรับ​อุต​สาห​กรรม แต่มี​ความ​สม​ดุลที่​ใช้​งาน​ได้อยู่ – และ​บริ​ษัทที่บรร​ลุ​ความ​สม​ดุล​นั้นมีตำ​แหน่ง​ที่ดี​กว่า แม้ว่า​หลาย​บริ​ษัทจะ​ไม่​เคย​ทำ​การ​เปลี่ยน​แปลง​นั้น

ที่​เกิด​ขึ้น​กับ​มาร์​จิ้น​เงิน​ของ CME – และ​ช่อง​ว่าง​ความ​เสี่ยง​ระ​หว่าง​รา​คา CFD โล​หะ​ที่​แคบ​และ​สภาพคล่อง​ใน​ตลาด​จริง​คืออะ​ไร?

ใน​ขณะ​นั้น Angus กล่าว​ว่า IC Markets สา​มารถ​แคบ​กว่า​ฟิว​เจอร์​ส​ได้ถึง 20 เท่า โดย​เสนอ​รา​คา​ทอง​คำ​ที่ 5¢ ถึง 12¢ ใน​ขณะ​ที่ส​เปร​ด​ฟิว​เจอร์​สขยาย​ตัว​อย่าง​มาก​ใน​ช่วง​หลาย​เดือน​ที่ผ่าน​มา นั่นทำ​ให้พวก​เขา​อยู่​ในระ​ดับ​ส่วน​ลด​ที่​จริง​จัง​เมื่อ​เทียบ​กับ​ตลาด​ฟิว​เจอร์ส สำ​หรับ​เขา นี่​คือจุด​ที่​อัน​ตราย​ที่​แท้​จริงอยู่: ไม่​ใช่​ใน​การ​สนท​นา​หัว​ข้อ​หลัก​เกี่ยว​กับ​การ​เปิดรับ​ความ​เสี่ยง​และ​การ​ป้อง​กัน​ความ​เสี่ยง แต่อยู่​ใน​รา​คา​ที่โบรก​เกอร์​เลือก​ที่จะ​แสดง​ให้​กับ​ลูก​ค้า​ราย​ย่อย นัก​เทร​ดราย​ย่อย เขา​แนะ​นำ​ว่า เป็น​กลุ่ม​เดียว​กัน​โดย​ทั่ว​ไป​ในทุก​บริ​ษัท ที่​ม​อง​หา​การ​สร้าง​ราย​ได้​จาก​ช่อง​ว่าง​ระ​หว่าง​รา​คาส​ปอตราย​ย่อย​และ​ตลาด​หลัก รวมถึง​ฟิว​เจอร์ส ความ​เสี่ยง​คือ​การ​กำ​หน​ดรา​คาผิด การ​ปิดช่อง​ว่าง​นั้นผ่าน​การ​ป้อง​กัน​ความ​เสี่ยง​มัก​หมายถึง​การจ่าย​ค่า​พรี​เมียม​ขึ้นอยู่​กับ​สถาน​ที่ ซึ่ง​ทำ​ให้​คุณ​ภาพรา​คา​และ​การ​ควบ​คุม​เป็น​ตัว​ชี้​ขาด หาก​ไม่มีสภาพคล่อง​ที่​แข็ง​แกร่ง โบรก​เกอร์​อา​จ​จบลง​ด้วย​การ​เทร​ด​ที่​ขาด​ทุนอย่าง​แน่​นอน เขา​ยังชี้​ให้​เห็นว่า​ตลาด​สา​มารถ​กว้าง​ได้​มาก​แค่​ไหน​ภาย​ใต้​ความ​เครียด ใน​ช่วง​ความผัน​ผวน โบรก​เกอร์​บาง​รายขยาย​ส​เปรด​ไปถึง 50¢ หรือ​หนึ่ง​ดอล​ลาร์ สะ​ท้อน​สภา​วะ​ตลาด​หลัก ใน​ขณะ​ที่สถาน​ที่ระ​ดับ​แนว​หน้า​ยิ่ง​กว้าง​กว่า​นั้น – เขายก​ตัว​อย่าง​ส​เปรด​ประ​มาณหนึ่ง​ดอล​ลาร์สำ​หรับ 100 ออนซ์ เมื่อ​เทียบ​กับ​ภูมิ​หลัง​นั้น การ​สา​มารถ​เสนอ​รา​คา​ต่ำ​กว่า 20¢ และ​ยัง​คง​ป้อง​กัน​ความ​เสี่ยง​ได้คือข้อ​ได้​เปรียบ​ที่มี​ความ​หมาย ข้อสรุปที่​เขา​ได้คือง่าย: โบรก​เกอร์​สา​มารถ​สูญ​เสีย​มาก​กว่า เร็วก​ว่า จาก​การแสดง​รา​คา​ที่ผิด​มาก​กว่า​จาก​การรีด​โพ​ซิ​ชั่น​ขนาด​ใหญ่

Drew แยก​ความ​แตก​ต่างอย่าง​ชัด​เจนระ​หว่าง​โบรก​เกอร์​ที่มี​กระ​แสลูก​ค้า​ราย​ย่อย​จำ​นวน​มาก​และ​โบรก​เกอร์​ที่​เปิดรับ​กับ​ขนาด​ใหญ่ เมื่อ​โบรก​เกอร์​มี​บัญ​ชี​เล็กๆ จำ​นวน​มาก กิจ​กรรม​สอง​ทาง​สา​มารถ​จัด​การ​ภาย​ใน​ได้อย่าง​ปลอด​ภัยกว่า​เพราะ​การ​ชด​เชย​ตาม​ธรรม​ชาติ​ปรา​กฏขึ้น อัน​ตราย​เริ่ม​ต้น​เมื่อ​โบรก​เกอร์​ถือว่าสภาพคล่อง​ของ​ฟิว​เจอร์​สลึก​พอ​ที่จะ​รอง​รับ​ราย​การขนาด​ใหญ่ สเปร​ด​ด้าน​บน​ของ​สมุด​คำ​สั่ง​อา​จดู​แคบ แต่​ความลึก​ที่อยู่​เบื้อง​หลัง​นั้น​บาง​และ​ต้น​ทุน​การ​ป้อง​กัน​ความ​เสี่ยง​เพิ่ม​ขึ้นอย่าง​รวด​เร็ว​ตาม​ขนาด เขา​ชี้​ไปที่ข้อผิด​พลาด​ที่​คุ้น​เคย: กา​รอนุ​ญาต​ให้ลูก​ค้า​ที่ฝาก​เงิน $100,000 เทร​ด​ทอง​คำ​ด้วย​เล​เวอ​เรจที่​สูง​มาก​และ​ขนาด​การ​เทร​ด​ที่​ใหญ่​มาก จาก​นั้น​ค้น​พบว่า​การ​ป้อง​กัน​ความ​เสี่ยง​ไม่​ใช่​กา​รออก​กำ​ลัง​กาย 10¢ แต่​สา​มารถ​มีค่า​ใช้จ่าย $1–$2 แม้​ใน​สภา​วะ​ปก​ติ สภาพคล่อง ในมุม​มอง​ของ​เขา จำ​เป็น​ต้อง​แบ่ง​ชั้น​ตาม​ขนาด รา​คา​ที่​แคบ​สา​มารถ​เสนอ​ได้ แต่​เฉพาะ​สำ​หรับ​ขนาด​เล็ก​ให้​กับ​ลูก​ค้า​ราย​ย่อย การ​ปล่อย​ให้ลูก​ค้า​ราย​ใหญ่​เทรด 5,000 หรือ 10,000 ออน​ซ์ที่ส​เปร​ด​ด้าน​บน​ของ​สมุด​คำ​สั่ง​เป็น​การ​ประ​มา​ท​เพราะ​การ​ป้อง​กัน​ความ​เสี่ยง​สา​มารถ​มีค่า​ใช้จ่าย​หลายดอล​ลาร์ ทำ​ให้โบรก​เกอร์ "สูญ​เสีย​เสื้อของ​พวก​เขา" จาก​การ​วิ​เคราะห์ของ​เขา เขา​ประ​มาณว่า​ประ​มาณ 80% ของ​การ​สูญ​เสียของ​โบรก​เกอร์​มา​จาก​การ​ไม่ตรง​กัน​ของ​รา​คา​และ​ขนาด​เหล่า​นี้ โดย​การ​สูญ​เสีย​ที่​ใหญ่ที่​สุด​มัก​เกี่ยว​ข้อง​กับ​ลูก​ค้า​ราย​ใหญ่​มาก​กว่า​ฐาน​ลูก​ค้า​ราย​ย่อย​ทั่ว​ไป เขา​ยัง​สัง​เก​ตว่า​ประ​มาณ​วัน​ที่ 30 มก​รา​คม ลูก​ค้า​ราย​ใหญ่​บาง​ราย​สูญ​เสีย​เงิน​จำ​นวน​มาก​และ​เรื่อง​เล่า​ใน​ตลาด​กลาย​เป็น "วาฬแพ้" แต่​บัญ​ชี​ขนาด​ใหญ่​เดียว​กัน​นั้น​ก็เป็น​บัญ​ชี​ที่​สา​มารถ​ทำ​ให้โบรก​เกอร์​เสีย​เลือด​อย่าง​ต่อ​เนื่อง​เมื่อสภา​วะ​เหมาะ​สม​กับ​พวก​เขา

Drew ยัง​เตือนว่า​ความ​ซับ​ซ้อน​ของ​ลูก​ค้า​จะ​เพิ่ม​ขึ้น​เรื่อยๆ เมื่อ​นัก​เทร​ด​มาก​ขึ้นอ้าง​อิง​ฟิว​เจอร์​ส​ใน​ขณะ​ที่​เทร​ด​สปอต โบรก​เกอร์​สา​มารถ​กลาย​เป็น​เหยื่อของ​ความ​สำ​เร็จของ​ตัว​เอง: เมื่องบ​ดุล​เติบ​โต ลูก​ค้า​รู้​สึก​ส​บาย​ใจ​ที่จะฝาก​เงิน $30,000 หรือ $40,000 และ​กลุ่ม​ที่มี​ความ​สา​มารถ​มาก​ขึ้น​เริ่ม​อาร์​บิ​ทรา​จโบรก​เกอร์​กับ​รา​คา​ฟิว​เจอร์ส AI เร่ง​การ​เปลี่ยน​แปลง​นั้น – ไม่​ใช่โดย​การ​ทำ​ให้​นัก​เทร​ด​ที่​ไม่มี​วิ​นัยมี​วิ​นัย แต่โดย​การลด​ต้น​ทุน​ของ​ความ​สา​มารถ​ทาง​เทค​นิคสำ​หรับ​กลุ่ม​น้อย​ที่มี​วิ​นัย ในมุม​มอง​ของ​เขา 1% ของ​ลูก​ค้า​ที่มี​ความ​รู้​และ​มี​วิ​นัย​ได้รับ​เครื่อง​มือต้น​ทุน​ต่ำ​ผ่าน AI และ​สา​มารถ​สร้าง​ความ​เสีย​หาย​จริง​ได้​หาก​โบรก​เกอร์​ยัง​คง​เสนอ​รา​คา​ที่​ไม่สม​จริง ซึ่ง​เพียง​แค่​เพิ่ม​เดิม​พัน​สำ​หรับ​การแบ่ง​กลุ่ม​ที่​เหมาะ​สม เขา​ยัง​เชื่อม​โยง​ความ​เครียด​บาง​ส่วน​ที่​เห็น​ใน​เดือน​พฤศ​จิ​กา​ยน ธัน​วา​คม และ​ม​ก​รา​คม​กับ​ส่วน​หนึ่ง​ของ​อุต​สาห​กรรม​ที่ล้ม​เหลว​ใน​กา​ร​อัป​เด​ต​มาร์​จิ้น​ให้สอด​คล้อง​กับ​การ​เปลี่ยน​แปลง SPAN ที่ CME

บท​บาทของ LP ใน​การ​จัด​การ "ความ​เสี่ยง​ด้าน​รา​คา" คืออะ​ไร และ​มี​กี่ราย​ที่พร้อม​จัด​การ​กับ​มัน​จริงๆ?

สำ​หรับ Angus ปัญ​หา​ไม่​ใช่​แค่ "ความ​เสี่ยง​ด้าน​รา​คา" เท่า​นั้น แต่​เป็น​ต้น​ทุน​ของ​การ​คลาด​เคลื่อน​จาก​ตลาด​แม้​เพียง​เล็ก​น้อย ซึ่ง​อา​จ​สูงถึง​หลายดอล​ลาร์ต่อ​ล้าน ข้อ​สัง​เก​ตที่​คม​คาย​ข้อ​หนึ่ง​ของ​เขา​คือ โบรก​เกอร์​อา​จ​ได้รับ​ความ​เสีย​หาย​มาก​กว่า​ใน​ตลาด​ที่รวม​ตัว​มาก​กว่า​ใน​ตลาด​ที่มี​แนว​โน้ม การแรล​ลี่ของ​ทอง​คำ​ดู​เหมือน​จะ​เป็น​หาย​นะ​ได้ แต่ระ​บบ​ความผัน​ผวน​ต่ำ​ที่ยืด​เยื้อ​อา​จแย่กว่า เขา​แชร์​ตัว​เลขที่บ่งชี้ว่า​เดือน​นี้​เกือบจะ​เป็น​สถิ​ติ​สูง​สุด​สำ​หรับ IC Markets – สูง​กว่าสถิ​ติ​เดิม​ประ​มาณ 50% พร้อม​กับ​ผู้​ขาด​ทุน​ที่​สูง​ผิด​ปก​ติด้วย ตลาด​แบบ Range สร้าง​การ​สูญ​เสีย​แบบ​ค่อย​เป็น​ค่อย​ไป: ผู้​ชนะ​ราย​ใหญ่​น้อยลง​และผู้​แพ้ราย​ใหญ่​น้อยลง สเปร​ด​ค่อยๆ ดูด P&L ส่วน​ลด​เพิ่ม​แรง​ลาก จาก​นั้น​การกลับ​สู่​ค่า​เฉลี่ยก็กวาดล้าง​กำ​ไร​ที่ปรา​กฏออก​ไป อัน​ตราย​คือ​สิ่ง​นี้​สา​มารถ​ยืด​เยื้อ​ได้ และ​การ​กำ​หน​ดรา​คาผิด​พลาด​ยัง​คง​มีค่า​ใช้จ่าย​สูง​ใน​สภาพแวด​ล้อม​นั้น​ด้วย

Drew มี​มุม​มอง​เดียว​กัน โดยอธิ​บายว่า​ตลาด​แบบ Range เป็น​ศัตรู​ที่​เล​วร้าย​ที่​สุด​ของ​อุต​สาห​กรรม เขา​ชี้​ไปที่​ปี 2005–2007 ว่า​เป็น​ช่วง​ที่ FX "ตาย" อย่าง​แท้​จริง ก่อน​ที่​การ​เปลี่ยน​แปลง​ระ​บบ​ใน​เดือน​สิง​หา​คม 2007 จะ​สร้าง​ช่วง​เว​ลา​ที่​แข็ง​แกร่ง​เป็น​พิ​เศษสำ​หรับ​โบรก​เกอร์​ตลอด​ปี 2008–2011 ส่วน​ที่​ยาก​เขา​สัง​เก​ตว่า ไม่มี​ใคร​สา​มารถ​จับ​เว​ลา​การ​เปลี่ยน​แปลง​เหล่า​นั้น​ได้อย่าง​มั่น​ใจ – ตลาด​สา​มารถ​เปลี่ยน​แปลง​ได้อย่าง​รวด​เร็ว​และ​ทำ​ให้บริ​ษัทต่างๆ ตกใจ

จาก​มุม​มอง​ของ Drew LP อา​จมี​งาน​ที่​ยาก​กว่า​โบรก​เกอร์​เพราะ​หลาย​ราย​ไม่​ได้รับ​ประ​โยชน์​จาก​กระ​แส​เงินรี​เทลที่​หลาก​หลาย เมื่อ​โบรก​เกอร์​ที่​ม​ัก​จะ​เก็บ​ความ​เสี่ยง​ไว้​ภาย​ใน​กะ​ทัน​หัน​ป้อง​กัน​ความ​เสี่ยง​อย่าง​จริง​จัง​ใน​ตลาด​ที่​เอียง​ข้าง​เดียว ความ​เสี่ยง​นั้น​อา​จตกอยู่​ใน​บัญ​ชี​ของ LP ใน​ลัก​ษณะ​ที่​ไม่สม​ส่วน​กับ P&L ที่ LP ได้รับ ทำ​ให้ธุร​กิจน่าสน​ใจ​น้อยลง​ใน​ที่​สุด

Angus มอง​จาก​มุม​ที่ต่าง​ออก​ไป ใน​บาง​แง่ งาน​กลับ​ง่ายขึ้น​เพราะ​ความ​คาด​หวัง​ของ​ลูก​ค้า​เปลี่ยน​ไป เทร​ด​เดอร์​เคยบ่น​เรื่อง​การ​เลื่อน​หลุด​เล็ก​น้อยรอบๆ เหตุ​การณ์อย่าง NFP โดย​เฉพาะ​กับ​กล​ยุทธ์ tick-scalping ตอน​นี้​หลาย​คน​ยอม​รับ​การ​เลื่อน​หลุด​มาก​กว่า​มาก​เพราะ​สิ่ง​สำ​คัญ​คือ​การ​ได้รับ​การ​เติ​ม​เต็ม ใน​ทอง​คำ 50¢ สา​มารถ​ผ่าน​ไป​ได้โดย​ไม่ก่อ​ให้​เกิด​การร้อง​เรียน ไม่ว่า​จะ​เป็น​เพราะ​ลูก​ค้า​รับ​รู้​ว่า​กระ​แส​เงิน​ของ​ตัว​เอง​แย่ หรือ​เพราะ​สภาพคล่อง​ที่ตึง​เครียด​กลาย​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ของ​ข้อตก​ลง การ​เปลี่ยน​แปลง​นั้น​ให้พื้น​ที่​แก่ LP มาก​ขึ้น​ใน​การ​จัด​การ​กระ​แส​เงิน​ที่​เป็น​พิษ: เสนอ​รา​คาส​เปรด​แคบ ใช้​การ​เลื่อน​หลุดอย่าง​รุน​แรง​เมื่อ​จำ​เป็น จาก​นั้นถือ​หรือชะ​ลอกระ​แส​เงิน​ที่​อ่อน​กว่า – สิ่ง​ที่​เขาบอก​เป็น​นัยว่า​เป็น​เรื่อง​ปก​ติ​เมื่อ​การ​ควบ​คุม​ต้น​ทาง​ล้ม​เหลว​ใน​การ​กรอง​กระ​แส​เงิน​ที่​แย่

หลัง SNB: ความ​คิด​เกี่ยว​กับ​ความ​เสี่ยง​ของ​โบรก​เกอร์​เปลี่ยน​แปลง​ไป​จริงหรือ​ไม่?

Drew ยอม​รับ​ว่า​มี​การ​เปลี่ยน​แปลง – SNB ผลัก​ดัน​ให้​หลาย​บริ​ษัท​หันออก​จาก​การ over-hedging และ​หันออก​จาก​โม​เดล A-book แบบบริ​สุทธิ์ – แต่อุต​สาห​กรรม​ยัง​คง​มี​นิ​สัย​ใน​การต่อ​สู้​กับ​วิ​กฤต​ครั้ง​ล่า​สุด หลัง​เหตุ​การณ์ หลาย​คน​สรุปว่า hedging และ​ข้อ​จำ​กัด​เป็น "สิ่ง​ไม่ดี" เนื่อง​จาก​ความ​ไม่สอด​คล้อง​ของ​ความ​เสี่ยง​ด้าน​เคร​ดิต: ลูก​ค้า​ที่​ใช้​เล​เวอ​เรจ​สูง​มา​ก​อา​จ​ขาด​ทุน​มาก​กว่า​เงินฝาก​ของ​พวก​เขา ทำ​ให้โบรก​เกอร์​ต้อง​รับ​ผิด​ชอบต่อคู่​สัญ​ญา​ที่​อา​จติด​ตาม​เรียก​คืน นั่นทำ​ให้​เกิด​ภา​วะ​ที่กลืน​ไม่​เข้า​คาย​ไม่ออก​ที่​คุ้น​เคย Hedge มาก​เกิน​ไปและ​คุณจะ​เปิด​ความ​เสี่ยง​แบบ SNB อี​ก​ครั้ง hedge น้อย​เกิน​ไปและ​คุณจะ​เดิน​ตรง​เข้า​สู่​ความ​ล้ม​เหลวอื่นๆ ที่​คณะผู้​ร่วมอภิ​ปราย​ได้อธิ​บาย​ไว้ ไม่มี​โม​เดล​ใด​กำ​จัด​ความ​เสี่ยง​ได้ Drew แนะ​นำ – มัน​เพียง​แค่ย้าย​ความ​เสี่ยง​ระ​หว่าง​ความ​เสี่ยง​ด้าน​ตลาด ความ​เสี่ยง​ด้าน​เคร​ดิต และ​รูป​แบบอื่นๆ เป้า​หมาย​คือ​ความ​เสี่ยง​ที่​วัด​ได้​ใน​หลายจุด​มาก​กว่า​ท่า​ที​ที่รุน​แรง​ใน​จุด​เดียว การ​ทำ​สิ่ง​นี้​ให้สำ​เร็จต้อ​ง​อา​ศัย​การ​สนท​นา​ที่​ยา​กลำ​บา​กระ​หว่างฝ่าย​ดีล​ลิ่ง ความ​เป็น​เจ้า​ของ และฝ่าย​ขาย เนื่อง​จาก​กา​รออก​แบบ​ผลิต​ภัณฑ์​และ​ความ​สา​มารถ​ใน​การแข่ง​ขัน​ทาง​การ​ค้ากำ​หน​ด​ขอบ​เขตของ​สิ่ง​ที่​เป็น​ไป​ได้​จริง

ใน​ตลาด​ที่​เคลื่อน​ไหว​ใน​ช่วง "slow bleed" คุณ​สา​มารถ​สัง​เก​ตพฤติ​กรรม "picking up pennies" ก่อน​ที่​ม​ัน​จะ​ระ​เบิด​ได้​หรือ​ไม่?

David โต้​แย้ง​แนว​คิด​ที่ว่า​โบรก​เกอร์​นั่ง​รอ​ให้ลูก​ค้า​ขาด​ทุน เขา​อิง​ตาม​ส่วน​ผสม​ของ​ราย​ได้ที่ Drew ได้อธิ​บาย​ไว้​แล้ว และ​ส​นับ​สนุน​ด้วย​ตัว​อย่าง​จาก​หัว​หน้า​แผนก dealing ของ XTB: ราย​ได้​ประ​มาณ 60% มา​จาก​ส​เปรด 20% จาก​สวอป และ 20% จาก​การ​ทำ market making ภาย​ใต้โครง​สร้าง​นั้น ภาพ​เหมารวม​ทั่ว​ไปของ​เศรษฐ​ศาสตร์ B-book พัง​ทลาย – เครื่อง​ยนต์คือ​ราย​ได้​จาก​ส​เปร​ด​มาก​กว่า​การ​ที่ลูก​ค้า "ผิด" และ​การพึ่ง​พา​การ​ขาด​ทุน​ของ​ลูก​ค้า​เป็น​หลัก​ทำ​ให้​เกิด​โม​เดลธุร​กิจที่ลำ​บาก

Drew หยิบ​ประ​เด็น​เดียว​กัน​และ​แนะ​นำ​ว่า​อุต​สาห​กรรม​มักอธิ​บาย​ตัว​เลข​ใน​ทาง​ที่ผิด โบรก​เกอร์​เห็น "การ​ขาด​ทุน​ของ​ลูก​ค้า" และถือว่า​เป็น​ความ​ได้​เปรียบ​ของ​บริ​ษัท ใน​ขณะ​ที่​ส่วน​ใหญ่ของ​การ​ขาด​ทุน​นั้น​เป็น​เพียง​ต้น​ทุน​ของ​ส​เปรด ความ​เข้า​ใจ​ผิด​นี้ ในมุม​มอง​ของ​เขา ทำ​ให้​แผน​การต่างๆ เช่น reverse-hedging "ลูก​ค้า​ที่​แย่ที่​สุด" ของ​โบรก​เกอร์​เพื่อ​สร้าง​กำ​ไรกลับ​มา​อีก ลูก​ค้า​เหล่า​นั้น​มัก​จะ "แย่ที่​สุด" ด้วย​เหตุ​ผลที่​เรียบง่ายกว่า: พวก​เขา​เทร​ด​มาก​เกิน​ไปด้วย​เล​เวอ​เรจและ​สูญ​เสีย​เงิน​จาก​ส​เปรด มาก​กว่า​การผิด​ทิศ​ทางอย่าง​สม่ำ​เสมอ

เขา​เน้น​คำ​เตือน​เกี่ยว​กับ​ตลาด​ที่​เคลื่อน​ไหว​ใน​ช่วง: ภัย​คุก​คาม​ที่​แท้​จริง​ไม่​ใช่​ฐาน​ลูก​ค้า​ราย​ย่อย​ทั่ว​ไป แต่​เป็น​กลุ่ม​น้อย​ที่มี​วิ​นัย เขา​ชี้​ไปที่โม​เดล​การ​วิ​เคราะห์ที่​จัด​เรียง​ลูก​ค้า​ตามระ​ดับ​ความ​รู้ ระ​ดับ​ความ​รู้​ศูนย์ – ลูก​ค้า​ราย​ย่อย​ทั่ว​ไป – คิด​เป็น​ประ​มาณ 89% ถึง 91% ของ​ลูก​ค้า​ที่โบรก​เกอร์​ขนาด​ใหญ่​ส่วน​ใหญ่ ระ​ดับ​หนึ่ง สอง และ​สามอยู่​เหนือ​นั้น โดยระ​ดับ​สามอยู่​ที่​ประ​มาณ 1% ใน​สภา​วะ​ที่ตลาด​เคลื่อน​ไหว​ใน​ช่วง ระ​ดับ​หนึ่งถึง​สาม​เป็น​กลุ่ม​ที่​ม​ัก​จะ​ทำ​กำ​ไร ใน​ขณะ​ที่ 90% ไม่​ได้​ขาด​ทุนอย่าง​มาก​หรือสร้าง​การ​ขาด​ทุน​ทาง​ทิศ​ทาง​เพียง​พอ​ที่จะ​ชด​เชย​แรง​ดึง​ของ​ส​เปรด เทร​ด​เดอร์​ที่มี​วิ​นัย​มาก​กว่า​เหล่า​นี้ เขา​เน้นย้ำ​ว่า "ทำ​ลาย" โบรก​เกอร์​ในระ​บอบ​เหล่า​นี้

ใน​ทาง​ปฏิ​บัติ เขา​ประ​มาณ​การ​ว่า​ใน​สภาพแวด​ล้อม​ที่ตลาด​เคลื่อน​ไหว​ใน​ช่วง ลูก​ค้า 9% อัน​ดับ​ต้นๆ – และ​โดย​เฉพาะ​อย่าง​ยิ่ง 5% อัน​ดับ​ต้นๆ – สา​มารถ​ดึง​มูล​ค่า​จำ​นวนมหา​ศาล​จาก​โบรก​เกอร์​ได้ หาก​สภาพแวด​ล้อม​นั้น​คงอยู่​นาน​เกิน​ไป อา​จทำ​ให้บริ​ษัทล้ม​ละ​ลาย​ได้ เขา​ชี้​ไปที่​ปี 2023 เมื่อสภา​วะ​ที่ตลาด​เคลื่อน​ไหว​ใน​ช่วง​คงอยู่​ประ​มาณเจ็ดถึง​แปด​เดือน และ​ตลาด​จาก​นั้น​เห็น​การ​เพิ่ม​ขึ้น​ของ "contract tear-ups" โดยข้อตก​ลง​การแบ่ง​ราย​ได้ถูก​ประ​กาศว่า "เป็น​โม​ฆะ" อย่าง​กะ​ทัน​หัน ระ​บอบ​เหล่า​นี้โดย​ทั่ว​ไปจะ​ดำ​เนิน​ไป​สามถึง​สี่​เดือน เขา​สัง​เกต แต่​เมื่อพวก​มันยืด​เยื้อ​ไปถึง​หนึ่ง​หรือ​สอง​ปี อุต​สาห​กรรม​จะตกอยู่​ใน​ปัญ​หาร้าย​แรง​เพราะ​กลุ่ม​เล็กๆ นั้น​ค่อยๆ กัด​กร่อน​โบรก​เกอร์ เทร​ด​เดอร์​จำ​นวน​มาก​ใน​กลุ่ม​นั้น​ไม่​สา​มารถ​ทำ​กำ​ไร​ได้​เมื่อตลาด​กลาย​เป็น​วุ่น​วาย เขา​เสริม แต่​สิ่ง​ที่พวก​เขา​สา​มารถ​ทำ​ได้​ใน​ช่วง​ที่ตลาด​เงียบ​สงบ​นั้นมี​นัย​สำ​คัญ – และ​เล​เวอ​เรจ​สูง​สำ​หรับ​ลูก​ค้า​ราย​ใหญ่ยิ่ง​ทำ​ให้​ความ​เสี่ยง​ทวี​คูณ

Angus นำ​เสนอ​ภาพ​ประ​กอบ​เรียล​ไทม์ของ​ความ​ซับ​ซ้อน​ที่​เพิ่ม​ขึ้น​นั้น เขา​อธิ​บายถึง​เทร​ด​เดอร์ mean-reversion ที่​ถูก​ทับ​ใน​เดือน​กัน​ยา​ยน – เดือน​ที่ยิ่ง​ใหญ่สำ​หรับ​โบรก​เกอร์​หลาย​ราย – จาก​นั้นฟื้น​ตัว​ใน​เดือน​ตุ​ลา​คม ความ​ประ​หลาด​ใจ​ที่​ใหญ่กว่า สำ​หรับ​เขา มาถึง​ต่อ​ไป: ใน​เดือน​พฤศ​จิ​กา​ยน เทร​ด​เดอร์​บาง​ราย​เปลี่ยน​โม​เดล เอน​ไป​ทาง​พฤติ​กรรม​เทรนด์อย่าง​ก้าว​ร้าว และ​ทำ​ผล​งาน​ได้ดี​เยี่ยมผ่าน​การแรล​ลี่ของ​ทอง​คำ การ​เคลื่อน​ไหว​จาก mean reversion ไป​สู่ momentum ไม่​สม​บูรณ์​แบบ เขายอม​รับ แต่​ม​ัน​ได้​ผลดี​กว่า​ที่​คาด​ไว้​มาก เน้นย้ำ​ว่า​ความ​ซับ​ซ้อน​กำ​ลัง​ก้าว​หน้า​อย่าง​รวด​เร็ว​เพียง​ใด

กล​ยุทธ์ที่ติดอยู่​ใน​ช่วง​แคบ​และ​ค่อยๆ สูญ​เสีย​นั้น​เป็น​กล​ยุทธ์ tail-risk อย่าง​มี​ประ​สิท​ธิ​ผลหรือ​ไม่ – ขาด​ทุน​เล็ก​น้อย​เป็น​เว​ลา​นาน แล้วจึง​ได้​ผล​ตอบ​แทน​แบบ​เดือนม​ก​รา​คม?

Drew มอง​ว่า​ประ​เด็น​ที่​แท้​จริง​ไม่​ใช่​การรอ​ให้​เกิด​การล่ม​สลาย แต่​เป็น​ความ​เร็วที่​ความ​เชี่ยว​ชาญของ​ลูก​ค้า​พัฒ​นา​ขึ้น เขายก​ตัว​อย่าง​ด้วยลูก​ค้าสอง​ราย​ที่​ใช้ EA เดียว​กัน: ลูก​ค้า A อยู่​ที่ระ​ดับ​ความ​รู้​ศูนย์ ลูก​ค้า B อยู่​ที่ระ​ดับ​ความ​รู้​สาม โดย​ใช้โค้ด​เหมือน​กัน​แต่​ได้​ผล​ลัพธ์​ความ​เสี่ยง​ที่​แตก​ต่าง​กันอย่าง​มาก เพราะ​เล​เวอ​เรจและ​การ​สร้าง​พอร์​ต​โฟ​ลิ​โอ​ทำ​งาน​หนัก นัก​เทร​ดระ​ดับ​ศูนย์​ใช้​อัล​กอ​ริ​ทึม mean-reverting กับ​ทอง​คำ​ด้วย​เล​เวอ​เรจ​สูง​มาก นัก​เทร​ดระ​ดับ​สาม​กระ​จาย​แนว​คิด​เดียว​กัน​ไป​ยัง​คู่​เงิน mean-reverting แปด​คู่​ที่​ไม่มี​ความ​สัม​พันธ์​กัน – เขายก​ตัว​อย่าง​ปอนด์–ฟรังก์ส​วิสและ​ดอล​ลาร์ออส​เตร​เลีย–ดอล​ลาร์​นิว​ซี​แลนด์ – และถือว่า​เป็น​พอร์​ต​โฟ​ลิ​โอ​ที่มี​เล​เวอ​เรจ​ปาน​กลาง การ​ขาด​ทุน​ยัง​คง​เกิด​ขึ้น เขา​สัง​เกต เพราะ​ไม่มี​กล​ยุทธ์​ใด​ชนะ​เสมอ แต่โอ​กาสที่พอร์​ต​โฟ​ลิ​โอ​นั้น​จะ​ล่ม​สลาย​ต่ำ​กว่า​มาก การ​เดิม​พันต่อ​ต้าน​นัก​เทร​ด​นั้น​ไม่​ใช่​แผน​ที่สม​เหตุสม​ผล ใน​ทาง​ตรง​กัน​ข้าม นัก​เทรด mean-reversion ทอง​คำ​ที่​ใช้​เล​เวอ​เรจ​สูง​อา​จดูยอด​เยี่ยม​เป็น​เว​ลา​หลาย​เดือน​เพราะ​ทอง​คำ mean-revert – จน​กระ​ทั่ง​ความผัน​ผวนระ​เบิด​ออก​มา ณ จุด​นั้น "เขา​จบ​แล้ว" สำ​หรับ Drew นัก​เทร​ด​ทั้ง​สอง​รายนี้​แสดงถึง​โปร​ไฟล์​ความ​เสี่ยง​ที่​แตก​ต่าง​กัน​โดย​พื้น​ฐาน แม้ว่า EA จะ​ดู​เหมือน​กัน​บน​กระ​ดาษ

จาก​นั้น​เขา​ขยาย​มุม​มอง เมื่อ​ลูก​ค้า​จำ​นวน​มาก​ขึ้นผสม​ผสาน​กล​ยุทธ์ นำ​ข้อ​มูล​ฟิว​เจอร์​สและ​ความ​สัม​พันธ์​เข้า​มา​ใน​กระ​บวน​การของ​พวก​เขา และ​ดำ​เนิน​การ​ด้วย​วิ​นัย​มาก​ขึ้น พวก​เขา​เริ่ม​คล้าย​กับ​ที​ม​ที่มี​การ​จัด​ระ​เบียบ เขา​อธิ​บาย​การ​ตั้ง​ค่า​ที่มี​ที​ม​เทร​ด​หลาย​ทีม – บาง​ทีม 600 บาง​ทีม 400 – ทำ​งาน​ใน​แนว​ทาง​ที่​แตก​ต่าง​กัน ใน​ขณะ​ที่​เดสก์​ระ​ดับ​สูง​แยก​ต่าง​หา​กอยู่​เหนือ​พวก​เขา​และ​ปรับ​เล​เวอ​เรจ​การ​เปิดรับ​ความ​เสี่ยง​แบบ​ได​นา​มิก​โดย​ที่ที​ม​พื้น​ฐาน​ไม่​รู้​ด้วยซ้ำ: ดึง​เงินทุนออก ใส่ก​ลับ​เข้า​ไป เปลี่ยน​น้ำ​หนัก​พอร์​ต​โฟ​ลิ​โอ​ตาม​พฤติ​กรรม​ของ​แต่​ละ​กล​ยุทธ์ การ​จัด​สรร​ความ​เสี่ยง​ชั้น​บน​นั้น เขา​โต้​แย้ง คือ​ที่ที่​ทัก​ษะ​ที่​แท้​จริงอยู่

เมื่อ​ลูก​ค้า​เรียน​รู้​ที่จะ​ดำ​เนิน​การ​ใน​ลัก​ษณะ​นั้น ความ​ท้า​ทาย​สำ​หรับ​โบรก​เกอร์​ก็เพิ่ม​ขึ้น ยัง​คง​เป็น​เพียง​ส่วน​เล็กๆ ของ​ฐาน​ลูก​ค้า แต่​การผสม​ผสานระ​หว่าง​เงินทุน​ที่โบรก​เกอร์​อนุ​ญาต​ให้ลูก​ค้า​เหล่า​นั้น​ใช้​และ​การ​ส​นับ​สนุน​ทาง​เทค​นิ​คที่พวก​เขา​ได้รับ​ใน​ตอน​นี้ หมาย​ความ​ว่าพวก​เขา​ไม่​จำ​เป็น​ต้อง​เข้าร่วม​บริ​ษัทอย่าง Point72 เพื่อ​ดำ​เนิน​กา​รอย่าง​จริง​จัง Drew ปิด​ท้าย​ด้วย​คำ​เตือน​เดียว​กัน: อุต​สาห​กรรม​ต้อง​เผชิญ​กับ​การ​เปลี่ยน​แปลง​นั้น – โบรก​เกอร์​ไม่มีงบ​ดุล​ไม่​จำ​กัด และ​ไม่มี​เว​ลา​ไม่​จำ​กัด

ชม​กา​รอภิ​ปราย​แบบ​แผง "Gold gone wild" ฉบับ​เต็ม​บน​ช่อง YouTube ของ Spotware เพื่อค้น​หา​วิ​ธีรัก​ษา​การ​ดำ​เนิน​งาน​ที่​มั่น​คง​เมื่อตลาดมี​ความ​คาด​เดา​ไม่​ได้​มาก​ขึ้น!

แชร์​โพสต์​นี้


Gold gone wild – สรุปแผง​การพูด​คุยของ Spotware

Spotware

ข่าว

โพสต์ที่โดด​เด่น

0

อ่าน​เพิ่ม​เติม
Do prop firms use real money? Understanding risk models and sustainable growth

บท​ความ

4 นา​ที​ใน​กา​รอ่าน

Do prop firms use real money? Understanding risk models and sustainable growth

การ​เปิด​ตัว​บริ​ษัท prop trading นั้น​น่า​ตื่น​เต้น แต่​การ​ตัด​สิน​ใจ​แรก​คือจะ​เสี่ยง​เงินทุน​เท่า​ไหร่ ใน​ทาง​ปฏิ​บัติ บริ​ษัท​ไม่​ได้มอบ​บัญ​ชี​จริง​ขนาด​ใหญ่​ให้​กับ​ผู้​เข้าร่วม​ใหม่​ทัน​ที ผู้...

อ่าน​เพิ่ม​เติม
Illustration of a person in a red shirt pointing at a large smartphone screen, with text about starting a trading firm in 2026.

บท​ความ

5 นา​ที​ใน​กา​รอ่าน

How to Start a Proprietary Trading Firm in 2026: The Complete Guide

การ​ตัด​สิน​ใจ​เริ่ม​ต้น​บริ​ษัท Prop Trading หรือ​ที่​ม​ัก​เรียกว่า Prop Firm ในปี 2026 นับ​เป็น​โอ​กาสที่​เหมาะ​สม​สำ​หรับ​ผู้​ประ​กอบ​การ​ด้าน​ฟิน​เทค โบรก​เกอร์ และผู้​ให้​ความ​รู้​ด้าน​การ​เทรด ข...

อ่าน​เพิ่ม​เติม